นี่คือเอนทรี่ในรอบหลายสิบชาติ (สิบปีพอมั้ง) เอ้ย สิบเดือนที่จะได้อัพ
ไม่ใช่ปันไม่ว่างนะ ขี้เกียจจ้า 5555 (ส่อสันดานเลย Foot in mouth)
 
ชีวิตช่วงนี้ก็แลดูลุ่มๆ ดอนๆ เพิ่งผ่านจุดดราม่าอันหนักหน่วงของชีวิตมา มีปัญหากับคนมานิดหน่อย แต่ตอนนี้ก็ไม่ยุ่งกับมันล่ะ ต่างคนต่างอยู่กันไป เหอะ 
 
ชีวิตเด็กปีหนึ่งนี่มันไม่ง่ายเรยนะท่านผู้อ่านที่รัก มันเป็นอะไรที่เหมือนจะง่าย แต่ก็ไม่ง่าย ผลที่ได้ออกมาคือเหนื่อยสาด เหนื่อยกับการปรับตัวหลายๆ อย่าง กว่าจะปรับได้ก็ล่อไปค่อนเทอมแล้ว แต่ก็อย่างว่าแหละ ชีวิตคนเรามันต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประสบการณ์ที่ผ่านๆ ในชีวิตเราไปมันจะหล่อหลอมให้เรามีความคิดที่เป็นผู้เป็นคนมากขึ้น อ่ะจริงป้ะล่ะ (เลียนแบบมาดามมดนิดนึง 55)
 
ตอนนี้ปันก็ใกล้สอบ Final แล้วล่ะ แต่ละวิชาแม่งปราบเซียนทั้งนั้น ขอไม่กล่าวถึงพวกมันแล้วกัน ขอทำใจแบบนิ่งๆ สวยๆ ไป 555 ไม่รู้ผลจะออกมาดีไหม เพราะรู้สึกขี้เกียจเหลือเกิ๊นนนน
 
สู้โว้ย!
 
Ps.
- ตอนนี้หนูไม่ได้อยู่หาดใหญ่แล้วนะจ๊ะ แต่จะกลับไปเดือนหน้านี่แหละ (ตอนนี้เรียนมก. จ้า แต่ไม่ใช่บางเขนแคมปั๊ดนะ แคมปั๊ดไหนให้ไปเดาเอาเองละกัน คริคริ)
- ตอนนี้วิชานึงที่โล่งแล้วแน่ๆ คือ Listening and Speaking เพราะคะแนนเป็นที่หนึ่งของเอกเลย อาจารย์เขาบอกว่ายังไงก็ตั้งใจแล้วกัน แต่ยังไงคุณได้ A วิชานี้แน่นอน (คุณพระช่วย Tongue out
- อ้ออีกอย่างปันเรียนเอกภาษาอังกฤษนะจ๊ะเผื่อท่านผู้อ่านบางคนยังสงสัย
 
 

edit @ 26 Sep 2011 01:44:52 by 智明

 
ฮัลโหลแฟนบล็อกจ๋า
ช่วงนี้หายไปไม่นานเนอะ ดีใจจังที่ได้กลับมาเขียนอีกรอบ วันนี้ยาวมาก มีอีเว้นชุก ทั้งวันเลย แล้วก็ตอนบ่ายก็ได้มีโอกาสไปดู Source Code มาแล้ว เป็นหนังที่ผิดคาดมากๆ จะผิดคาดแบบไหน อ่านรีวิว (อย่าคาดหวังมากว่ารีวิวนี้จะช่วยอะไรคุณมาก แค่อ่านแล้วก็เม้นพอ 55555) ที่ไม่รู้จะเรียกว่ารีวิวดีมั้ย เอาเป็นว่าออกแนวระบายความในใจเพื่อหนังเรื่องนี้ดีกว่า 5555
 
-----
 
(จริงๆ อยากเอาโปสเตอร์อีกแบบมาลง แบบนี้ไม่สวยเท่าไหร่)
 
บทความนี้สปอยล์ค่อนข้างแหลก แต่ถ้าอยากอ่านก็อ่านได้นะ เพราะสิ่งที่ปันเขียนในเอนทรี่นี้ ปันอยากให้ทุกคนได้อ่านกัน
 
Source Code ภาพยนตร์ Drama/Sci-fii (เว้นไปคือให้คลุมดำอ่านเอานะฮะ เพราะถ้ารู้แนวหนัง จะเรียกได้ว่า สปอยล์แหลกเลยทีเดียว) Action-Scifi ที่ว่าด้วยเรื่องของกัปตันสตีเวนส์ (ที่พี่เจคเล่น แอร๊ยเรื่องนี้พี่แกหล่อมว้าก) ที่อยู่ๆ ดันพบว่าตัวเองตื่นมาอยู่ในรถไฟ พระเอกก็เลยต้องตามเรื่องเอาว่า กรูมาอยู่นี่ได้ไง พอไปๆ มาๆ เขาก็เลยรู้ว่า เชากำลังอยู่ในซอร์สโค้ด คือเหมือนเป็นเครื่องมือที่เราสามารถสวมรอยเป็นใครก็ได้ เพื่อย้อนอดีตไปดูความทรงจำสุดท้ายของคนๆ นั้น โดยกัปตันมีหน้าที่ที่จะตามหาว่า ใครคือมือระเบิดที่ขบวนรถไฟ โดยเขาต้องหยุดผู้ร้ายคนนั้นให้ได้ภายในเวลา 8 นาทีที่กัปตันได้มา
 
(จากนี้เริ่มสปอยล์แรงแล้วนะฮะ)
ตัวหนังนั้นปันคิดว่าค่อนข้างเดินเรื่องได้เรื่อยๆ เรียบๆ ในช่วงแรกนั้นอาจจะดูน่าเบื่อหน่อย แต่เมื่อเดินเรื่องไปสักนิด ความสนุกมันจะเริ่มมากขึ้น เพราะว่าความอยากรู้(อยากเสือก - * -) ของเราจะเริ่มเพิ่มมากขึ้น เนื้อเรื่องจะเริ่มเข้มข้นขึ้น และนั่นทำให้ความน่าสงสัยของผู้โดยสารในรถไฟแต่ละคนเพิ่มมากขึ้น หนังค่อนข้างเดินเรื่องได้ดีเพราะเราไม่สามารถเดาได้เลยว่าใครคือมือระเบิด (ดีแต่ดีไม่สุด เพราะตอนเฉลยแล้วกลับรู้สึกว่า แอร๊ อะไรแว๊ เดาไม่ออกจริงๆ แต่อารมณ์แบบไม่สุด ไม่อึ้ง งงๆ)
 
ในจังหวะระหว่างการเดินเรื่อง จุดเด่นของเรื่องนี้ที่ขอชื่นชมคือ การแทรกปมหลังของตัวละคร (และมันก็ทำให้ตัวละครดูมีมิติมากๆ สามารถทำให้คนดูเกิดอารมณ์ร่วมได้พอตัว) คือกัปตันแกค่อนข้างมีปมกับพ่อ เพราะพ่อนั้นไม่อยากให้ลูกไปรบ แต่กับตันแกอยากไปรบ และอยากรับใช้ชาติ สุดท้ายกัปตันก็ได้ทำหน้าที่อย่างสมความตั้งใจ ถึงแม้เขาจะต้องตายก็ตาม แต่จะว่าไป กัปตันก็มีความโชคร้ายในความโชคดี เพราะเขานั้นได้รับโอกาสที่สองในการใช้ชิวิตครั้งใหม่ ถึงแม้ว่าเขาจะมีเวลาแค่ครั้งละ 8 นาทีเท่านั้น แต่นั่นสำหรับหลายคน ก็น่าดีใจแล้วไม่ใช่เหรอ?
 
ถ้าพูดถึงในมุมมองของปัน ปันว่าหนังเรื่องนี้ ไม่ใช่แบบที่โฆษณาเลยนะฮะ ตอนแรกก็แอบคิดว่ามันจะเหมือนแบบ Vantage Point ที่เน้นอารมณ์แอกชั่น และการเดินเรื่องที่เร้าใจกว่า เพราะหน้าหนังโปรโมตออกมาได้คล้ายกันมาก แต่พอดู โคตรผิดคาดฮะ มันค่อนข้างเป็นดราม่าที่หนักมาก และค่อนข้างแทรกปรัชญาแบบเบาๆ ในแต่ละฉากของตัวหนังเอง ซึ่งถ้าถามปันว่า ปันชอบฉากไหน ปันชอบหลายฉากมาก แต่ที่ชอบที่สุด คือตอนที่พระเอกท้าพนันกับตลกคนนั้น แล้วตลกคนนั้นก็เล่นมุก ทุกคนก็หัวเราะเฮฮาแอร๊ๆ กัน แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกของพระเอกเอง ก็คงจะปนๆ กัน ทั้งสุขและทุกข์ เพราะเวลาตอนนั้นเหลือไม่มากแล้ว และพอเวลาหมด หนังก็ได้ทำภาพสโลว์โมชั่น ให้เห็นหน้าผู้โดยสารแต่ละคน ที่มีอารมณ์ต่างๆ กันไป ฉากนั้นแหละดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ปันว่า เฮ้ย มันอึ้งมากนะครับ เพราะว่า ปันก็แบบฉุกคิดขึ้นมาเล่นๆ ว่า เออ บางที ชีวิตคนเรานี่มันก็ไม่ได้มีแค่เรื่องแย่ๆ เท่านั้นเนอะ มันยังมีด้านสุข ด้านสว่าง ให้เราพบเจอ และหัวเราะ สนุกไปกับมัน เวลามันไม่ใช่ตัวแปรสำคัญหรอก ตัวแปรสำคัญคือมันอยู่ที่ "ตัวเรา ใจเรา" นั่นแหละ ว่าจะมองให้ชีวิตเราเป็นแบบไหน ปันคิดว่าความรู้สึกของกัปตันก็คงเหมือนกัน ในเวลานั้นกัปตันเองก็คงไม่สนแล้วว่าจะตายหรือไม่ แต่ขอเพียงได้ใช้ชีวิตตามที่หวังให้มันเป็นก็พอ
 
ฉากดังกล่าวนั้นมันสอดคล้องกับฉากก่อนหน้า ที่กัปตันได้เจอกับมือระเบิด กับคำพูดที่เขาบอกว่าทำไมเขาถึงได้วางแผนก่อการร้ายแบบนี้ เขาบอกว่า เขาอยากสร้างโลกใหม่ โลกนี้ก็เหมือนนรกดีๆ นี่แหละ (จำได้ว่าหลักๆ ใจความของประโยคมันเป็นแบบนั้น) ซึ่งจริงๆ ปันว่า ไม่จริงหรอกนะ เพราะว่าถึงโลกเรามันจะโหดร้าย เหมือนนรกแค่ไหนก็จริง แต่ถ้าเรารู้จักมองโลกให้มันดี มันก็ดี ให้มันร้าย มันก็ร้าย คือให้มองในมุมจริงๆ ไม่ได้มองแบบคนโลกสวยเพ้อฝัน ดีก็รับได้ แย่ก็รับได้ ปันเชื่อว่าถ้าไอ้โจรนั้นมันคิดได้ เรื่องก็คงไม่เกิด (แหมแต่ถ้าไม่เกิดหนังก็ไม่สนุกโน๊ะ) แล้วยิ่งพอปันจำคำพูดของโจรนั่น แล้วมาดูประกอบกับตอนที่ก่อนพระเอกตายอีก เอ่อปันอึ้งจริงๆ ครับ คือเหมือนกับการเล่นอารมณ์ที่แตกต่างกันเลยจริงๆ แล้วมันก็ทำให้เราฉุกคิดได้ทันทีเลยด้วย
 
สรุป
ถ้าหากคุณต้องการชมภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะอยากได้ ความมันส์ แบบ Vantage Point (เนื้อเรื่องสไตล์คล้ายๆ กัน) คุณก็คงผิดคาดล่ะครับ เพราะมันเป็นดราม่าที่หนักพอตัว แต่ถ้าไปดูเพราะอยากดูจริงๆ อารมณ์ประมาณแบบ "ก็กูอยากดูอ่ะ ใครจะทำไม มันจะยังไงกูก็จะดู" อย่าลังเลเลยครับ เรื่องนี้ให้อะไรคุณได้เยอะเกินคาดจริงครับ
 
ปล.
- เจคหล่ออ่ะ 555 (ชีวิตนี้ฉันเคยพ้นเรื่องบุรษบ้างไหม)
- จริงๆ ถึงแม้ว่าปันจะอวยหนังเรื่องนี้พอตัว แต่จุดด้อยของหนังก็พอมีนะครับ คือ การเดินเรื่องที่ค่อนข้างแปลกๆ ไม่ค่อยลื่นไหล โดดไปโดดมา ถ้าหากไปเทียบกับ Vantage Point เรื่องนั้นเดินเรื่องได้เจ๋งกว่า คือจังหวะชั้นเชิงอะไรค่อนข้างมีมากกว่า ปมตัวละครก็น่าติดตาม ตอนเฉลยก็หักมุมสุดๆ อารมณ์ตอนปล่อยของก็สุด ไม่กั๊กแบบซอร์สโค้ด แต่ก็อย่างว่าแหละ หนังคนละแนวกัน ถึงพลอตจะคล้ายกัน
- นี่คือการเขียนรีวิว (ที่ออกบ่นๆ ระบายๆ) ครั้งแรก ขออภัยให้มือใหม่ด้วยนะคร้าบบบ

edit @ 12 Apr 2011 08:38:58 by 智明

ว้าย วันนี้งานพรอมแล้ว!

posted on 26 Mar 2011 16:32 by punpunluvu
สวัสดีผู้อ่านชาวเอ็กซ์ทีนทุกท่านจ้า
วันนี้ดีใจมาก เพราะว่าเป็นวันชาติของเด็กม.6 ญส. เพราะวันนี้ เป็นวันงาน พรอม นั่นเอง กี๊ซซซซ

 
วันนี้สาวๆ และหนุ่มๆ หลายคนๆ ที่โรงเรียนของปันนั้นเตรียมจัดเต็มและจัดหนักกันมาก คือประมาณว่าจะแข่งหล่อแข่งสวยเลยทีเดียว หุหุ ซึ่งตอนนี้ งานก็เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว แต่ เอิ่ม แล้วทำไม กูยังไม่อาบน้ำ แต่งตัวอีกวะคะ 5555
 
คือถ้าให้พูดตรงๆ ปันว่างานมันก็ไม่มีอะไรหรอก เพราะปกติพรอมเค้าจะควงคู่กันไป แต่ปัน เสือกไม่มี 555 ก็เลยเฉยๆ ไปจุดนึงแล้ว แต่ที่ตื่นเต้นคือ ได้แต่งตัวแบบจัดเต็มและหนักๆ นี่แหละ แล้วก็ได้ปล่อยผีเป็นวันสุดท้าย 5555
 
แต่ถ้าว่าจริงๆ ก็แอบเศร้าเหมือนกันนะท่านผู้อ่าน เพราะว่ามันก็เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ได้เจอกับเพื่อน ได้พูดคุย เม้ามอย พอคิดแล้วก็ใจหายแว๊บๆ เนอะ Tongue out เอาล่ะ เดี๋ยวปันต้องไปห้าโมงกว่าๆ ขอไปจัดหนักก่อน เจอกันเอนทรี่หน้าเด้อแฟนๆ
 
ชาว กรมท่าเหลือง พร้อมยังเอ่ย?
 
ปล.
- จำที่เล่าเรื่องฝันที่เล่าไปในเอนทรี่ที่ผ่านมาได้มั้ยเอ่ย ปันมีความรู้สึกว่า สถานที่เกิดเหตุมันเป็นงานพรอมอ่ะค่าา หรือว่า เขาจะมาสารภาพรักกับเราจริงๆ นะ อร๊ายยย เพ้อไปแล้วกู - * -
- เดี๋ยวถ้ามีเหตุการณ์อะไร จะมาอัพเดทให้ฟังในเอนทรี่หน้าเด้อจ้าาา